1 สิงหาคม 2569
ตัวอย่างจดหมายลาออกไปเรียนต่อ/ศึกษาต่อ
การลาออกเพื่อไปศึกษาต่อเป็นหนึ่งในเหตุผลที่นายจ้างส่วนใหญ่เข้าใจและยอมรับได้ง่ายที่สุด เพราะเป็นเหตุผลเชิงบวกที่ไม่เกี่ยวข้องกับความไม่พอใจต่อองค์กร แต่ก็ยังมีรายละเอียดที่ควรใส่ใจเพื่อให้การลาออกราบรื่นที่สุด
จังหวะเวลาที่ควรแจ้ง
ต่างจากเหตุผลลาออกแบบอื่นที่มักตัดสินใจกะทันหัน การไปเรียนต่อมักมีกำหนดการที่รู้ล่วงหน้านานพอสมควร (ผลตอบรับจากมหาวิทยาลัย วันเปิดเทอม) จึงแนะนำให้แจ้งล่วงหน้าให้เร็วกว่าขั้นต่ำตามกฎหมายเท่าที่ทำได้ เพื่อ
- ให้บริษัทมีเวลาหาคนมาทำงานแทนหรือวางแผนกระจายงาน
- แสดงความเป็นมืออาชีพ ซึ่งอาจมีผลต่อการขอจดหมายรับรองการทำงานหรือเรฟเฟอเรนซ์ในอนาคต
- ลดความกดดันเรื่องระยะเวลาส่งมอบงานของตัวเอง
ระยะเวลาแจ้งล่วงหน้าขั้นต่ำตามกฎหมายยังคงเป็นไปตามมาตรา 17 ตามปกติ (อ่านรายละเอียดที่ ลาออกต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน) การแจ้งเร็วกว่านั้นเป็นเรื่องของมารยาทและความเหมาะสม ไม่ใช่ข้อบังคับเพิ่มเติม
ตัวอย่างจดหมายลาออกไปศึกษาต่อ (ภาษาไทย)
วันที่ [วันที่เขียน]
เรื่อง ขอลาออกจากตำแหน่งงาน
เรียน [ชื่อหัวหน้างาน/ตำแหน่ง]
ข้าพเจ้า [ชื่อ-นามสกุล] ตำแหน่ง [ตำแหน่งงาน] สังกัด [แผนก]
ขอแจ้งความประสงค์ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว เนื่องจากได้รับการตอบรับให้เข้าศึกษาต่อ
โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ [วันทำงานวันสุดท้าย] เป็นต้นไป
ข้าพเจ้าขอขอบคุณสำหรับโอกาสและประสบการณ์อันมีค่าที่ได้รับตลอดระยะเวลาที่ทำงานร่วมกัน
และยินดีส่งมอบงานที่รับผิดชอบให้เรียบร้อยก่อนวันดังกล่าว
ขอแสดงความนับถือ
[ชื่อ-นามสกุล]
ตัวอย่างจดหมายลาออกไปศึกษาต่อ (ภาษาอังกฤษ สำหรับไปเรียนต่างประเทศ)
[Date]
Subject: Resignation Letter
Dear [Manager's Name/Title],
I am writing to formally notify you of my resignation from my position
as [Job Title] at [Company Name], effective [Last Working Day].
I have been accepted into a graduate program and will be relocating
to pursue further studies.
Thank you for the opportunities and support I have received during my
time here. I am committed to ensuring a smooth handover before my last day.
Sincerely,
[Full Name]
ควรเปิดเผยรายละเอียดสถาบัน/สาขาวิชาไหม
ไม่จำเป็น สามารถระบุกว้างๆ ว่า "ศึกษาต่อ" ได้เลยโดยไม่ต้องบอกชื่อสถาบันหรือสาขา แต่หลายคนเลือกเล่ารายละเอียดกับหัวหน้างานด้วยวาจา เพราะเป็นข่าวดีที่มักได้รับความยินดีจากเพื่อนร่วมงาน และอาจเป็นประโยชน์ต่อการขอจดหมายรับรองในอนาคตที่ระบุบริบทชัดเจนขึ้น
ขอหนังสือรับรองการทำงานและเรฟเฟอเรนซ์ก่อนออก
ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการขอเอกสารสำคัญคือ ก่อน วันทำงานวันสุดท้าย ไม่ใช่หลังจากนั้น เพราะการติดต่อกลับไปขอเอกสารหลังออกจากงานไปแล้วมักใช้เวลานานกว่าและมีโอกาสถูกลืมง่ายกว่า เอกสารที่ควรขอไว้ล่วงหน้า
- หนังสือรับรองการทำงาน ระบุตำแหน่ง ระยะเวลาทำงาน และหน้าที่ความรับผิดชอบ ใช้ประกอบการสมัครวีซ่านักเรียนหรือการสมัครงานในอนาคต
- จดหมายรับรอง (Letter of Recommendation) จากหัวหน้างานโดยตรง หากมีความสัมพันธ์ที่ดี ควรขอไว้เป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ตอนนี้ เพราะรายละเอียดงานจะยังสดใหม่ในความทรงจำของหัวหน้า
- ข้อมูลติดต่อสำหรับอ้างอิงในอนาคต (reference contact) ขอเบอร์โทรหรืออีเมลที่หัวหน้างานสะดวกให้นายจ้างใหม่ติดต่อสอบถามได้
รักษาความสัมพันธ์ไว้ เผื่อกลับมาร่วมงานกันอีก
หลายบริษัทเปิดรับพนักงานที่ลาออกไปเรียนต่อแล้วกลับมาสมัครใหม่หลังเรียนจบ (boomerang employee) การลาออกอย่างเป็นมืออาชีพ ส่งมอบงานเรียบร้อย และรักษาความสัมพันธ์ที่ดีไว้ จึงเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่า อ่านแนวทางเพิ่มเติมได้ที่ ลาออกอย่างไรไม่ให้มองหน้ากันไม่ติด
ถ้าอยากกลับมาทำงาน Part-time หรือ Freelance ระหว่างเรียน
บางคนต้องการเปลี่ยนสถานะจากพนักงานประจำเป็นที่ปรึกษาหรือฟรีแลนซ์ให้บริษัทเดิมระหว่างเรียนต่อ แทนที่จะตัดขาดความสัมพันธ์ทั้งหมด หากมีความคิดนี้อยู่ในใจ แนะนำให้เปิดประเด็นนี้กับหัวหน้างานโดยตรงระหว่างการพูดคุยลาออก ก่อนที่จดหมายลาออกฉบับทางการจะมีผล เพราะการเจรจาเงื่อนไขแบบนี้มักทำได้ง่ายกว่าเมื่อยังอยู่ในสถานะพนักงานและความสัมพันธ์ยังราบรื่นอยู่
คำถามที่พบบ่อย
ต้องแนบหนังสือตอบรับจากมหาวิทยาลัยไปกับจดหมายลาออกไหม? ไม่จำเป็น จดหมายลาออกไม่ต้องมีเอกสารแนบใดๆ ประกอบ
ถ้ายังไม่ได้ผลตอบรับแน่นอน ควรลาออกก่อนไหม? ไม่แนะนำ ควรรอผลตอบรับที่ชัดเจนและวันเปิดเทอมที่แน่นอนก่อนแจ้งลาออก เพื่อป้องกันปัญหาช่วงว่างงานที่ไม่ได้วางแผนไว้
ลาออกไปเรียนต่อ ขอเอกสารรับรองการทำงานยากกว่าเหตุผลอื่นไหม? โดยทั่วไปไม่ต่างกัน เพราะเป็นเหตุผลเชิงบวกที่บริษัทส่วนใหญ่เข้าใจดี ยิ่งแจ้งล่วงหน้าและส่งมอบงานเรียบร้อย ยิ่งได้เอกสารรับรองที่ราบรื่น